เสียง(ที่จะเก็บไว้)ในความทรงจำ

>> เอาใหม่ได้ไหม <<

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ by กาแฟสอง on พฤษภาคม 17, 2008

..เอาใหม่ได้ไหม ? ช่างเป็นคำถามที่ไร้น้ำใจขณะที่ช่วงเวลาของเราดำเนินมาเกือบสิบห้านาที
เวลาในจอโทรทัศน์ด้านหน้า เหลืออีกสามวินาทีจะจบเกมส์ เพื่อนผมขอกดปุ่ม รีสตาร์ท
ว่ากันง่ายๆคือ เกมส์ที่กำลังเล่น เสียเวลาไปแล้ว ผมกำลังจะชนะ ใกล้จะไร้คุณค่า
แพ้แล้วขอแก้มือใหม่ ยังพอยอมเสียเวลาเล่นด้วยโดยเต็มหัวอก
แต่เพื่อนผมโลภพอที่จะบอกว่า
” ไม่นับ ไม่ต้องรอจบ รี-สตาร์ท “
แล้วลงมือปฏิบัติแทบทันทีหลังพูดจบ
แค้น เคือง จะทำอะไรได้ ตบหัว เราก็ไม่อาจเอาเกมส์นั้นมาเล่นใหม่
สกอร์กลายเป็น 0-0 เวลาเริ่มที่ 0:00 คงจะดีถ้าความรู้สึกกลายเป็น 0 ไปด้วย
เล่ามาพอให้ขำ เชื่อว่าหลายคนที่นิยมเล่นเกมส์คอนโซลต่างๆหรือเคยสัมผัส
คงรู้จัก ปุ่ม restart ความหมายเดียวกับปุ่ม re-set ของเครื่องพีซีแหละครับ
ทุกอย่างกลับไปเริ่มต้นใหม่ re-load ได้เพียงจุดเริ่มต้นเพียงกรณีเดียว

รู้ว่าชอบเมทริกซ์แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้ต้องการผู้กอบกู้โลก ปลอบใจฉันมา
หรือไม่ก็โปรดช่วยด่าใครบางคนที่ทิ้งฉันไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยโหมโรง
คนข้างๆ ส่งแววตามาเตือนอย่างนั้น

ผมนึกในใจว่าเธอสมเป็นสาวไทยยุคโพสท์โมเดิร์นหลอมรวมคำโบราณกับภาพยนตร์บ็อกออฟฟิซ
ใช้เป็นความเปรียบได้อย่างเห็นภาพพจน์
อารมณ์กำลังแรง เอาเรื่อง แน่ล่ะ คนรักหายตัวไป
ไม่ได้ไปแบบเงียบๆ แต่ทิ้งไว้เพียงเสียงหนึ่งในความทรงจำ
” เรามีคนใหม่แล้ว ขอให้เราต่างคนต่างตั้งต้นใหม่กับคนที่ใช่เถอะนะ “
ไม่มีรายละเอียดเสริมว่าเพียงวางสายหรือเดินหนีหายไป
สรุปแล้ว คนฟังอกหัก เสียใจ และโมโห

มีแรงโมโหกับผม กลืนน้ำลายเรียกสติ คิดว่า ยังดีกว่าฟังคนสะอึกสะอื้น

เอาเวลาของฉันคืนมา บางช่วงเธอบ่นอย่างนั้น

มีการบอกเลิกหลายครั้งเหลือเกินที่ผ่านหู การหนีไปเงียบๆก็เป็นหนึ่งในนั้น
ฟังดูไม่ค่อยยุติธรรมกับอีกฝ่าย
แต่ในวันเวลาที่รักและผูกพันกันมา จะหมดรักหรือเจอของใหม่ที่รักแรงกว่า
คงยากจะตัดใจเผชิญหน้าหรือพูดคุยจนกว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ
มีบางรายบอกผม ” กลัวใจอ่อน “
การเลิกรา มันยากเมื่อต้องรับรู้หัวอกของฝ่ายที่เสียน้ำตา
หลับหูหลับตาวิ่งหนีไปที่สักแห่งบนโลกที่แสนกว้างใหญ่ ไม่ต้องพบเห็นกันอีก เป็นทางเลือกที่ง่ายเหลือเกิน
ทุกอย่างคืนสู่สภาพเดิม ยกเว้นหัวใจ เวลาที่หายไป
ประวัติความรักที่ด่างพร้อยอีกครั้งหนึ่ง สำหรับบางคนอาจเป็นครั้งสำคัญ

แต่สำหรับเธอและเวลาของค่ำคืนนี้ ดูท่าจะไม่ค่อยสำคัญนัก
ฟังแล้วพยักหน้าตามเรื่อยๆ กรอกเบียร์ให้ได้จังหวะ พอเยียวยาอารมณ์
พรุ่งนี้เช้า คงเมาค้าง ปวดหัวอย่างแรง อาจโมโหใหม่แต่ความเจ็บคงเบาบาง
ยังมีแรงโมโห มีแรงเมา น่าจะมีแรงเริ่มเกมส์ใหม่
สกอร์ 0-0 เธอน่าจะยิงนำได้ไม่ยาก

ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่ใครบางคนหนีหายไป ถ้ารู้ว่าหาไม่พบ คนที่เหลืออยู่ก็ไม่น่าจะเสียเวลาหา
อย่าเสียเวลาว่าทำไม เวลาที่เสียไปกับเขาเอากลับมาไม่ได้อย่าเสียเวลาคิดถึงอีก
ใช้เวลาของตนเองที่เหลือให้เต็มที่
” เขาคงมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ….”
เป็นสักอย่างที่ไม่มีทางรู้ หรือถึงแม้กระชากคอเสื้อ จ้างนักเลงซ้อม คำตอบที่ได้มาอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
ไม่รัก..ก็คือไม่รัก เรามักด่วนสรุป
บางที อาจจะยังรักแต่ว่าต้องไปแล้ว

จะตามหาเขาไหม ? ดวงตาของเธอตอบว่าคงไม่ มันเปล่าประโยชน์
คนที่ไปโดยไม่คิดจะปรับความเข้าใจหรือปรับตัวดูก่อน
วันหนึ่ง ก็คงต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
ไม่อยากเอาเขาคืนมา แต่อยากเอาเวลาคืนกลับ

เธอขอบคุณที่ผมนั่งเป็นเพื่อนเสียนาน ชวนเดินเล่นสักพัก เลี้ยงกาแฟกระป๋องแล้วลากลับบ้าน
เวลาเกือบห้าทุ่มครึ่ง ร้านรวงปิดเงียบ มีรถแล่นไปมาไม่กี่คัน
ร้านเหล้าใกล้เวลาปิด แต่คนยังเต็ม
ผมมองบนฟ้ามืดสนิท ลองนึกถามคนข้างบน

” รู้ว่าไม่ได้ ทำไมยังให้มาเจอกันอีก”

ไม่มีคลื่นใดๆตอบรับ ทุกอย่างเงียบกริบ คนโบราณเล่าว่ามีเสียงเพลงดวงดาว น่าเสียดายผมหูไม่ถึง
ระหว่างเดินกลับ ผมนึกถึงเกมส์ที่ถูกเพื่อนขอให้รีสตาร์ท
จำไม่ได้ว่า แพ้หรือชนะมากน้อยเท่าไหร่ รีสตาร์ทใหม่กันอีกกี่ครั้ง
มันเป็นเพียงเกมส์หนึ่งในหลายๆเกมส์เท่านั้น
ตราบเท่าที่เวลาเหลืออยู่ ยังมีเกมส์ให้เล่นอีกเยอะมาก

แน่นอน…เกมส์ที่เล่นไม่จบก็ย่อมเหลือความรู้สึกค้างคาอยากแก้มือ
แม้ว่าบางเกมส์จะยากเกินไป เราก็ยังอยากดูฉากจบ

เอาใหม่ได้ไหม ? … ผมอยากเป็นฝ่ายถามเธอบ้าง

>> ฝันแล้วต้องปิดหูปิดตา..เตะนาฬิกาปลุก <<

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ by กาแฟสอง on พฤษภาคม 2, 2008

ไม่นานนี้ รับคำปรึกษาทางโทรศัพท์ ไม่เห็นหน้าคนพูดแต่พอนึกออกว่า
สีหน้าของเจ้าของเสียงเวลาเครียด เสียใจและสับสนเป็นอย่างไร

ไม่ใช่เรื่องรัก  ผมแอบถอนหายใจในหัวสมอง นานทีจะได้คุยเรื่องอื่นบ้าง
ไม่ได้เบื่อเรื่องหัวใจหรอกนะ แต่การได้ฟังเรื่องอื่นๆบ้างจะได้เปิดมุมมองของความคิด
เก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไว้ในความทรงจำ
เป็นการฝึก สมองให้แข็งแรงเอาไว้ช่วยหัวใจที่อ่อนแอ

เข้าร้านหนังสือหรือยัง ? เป็นอีกคำถามที่ผมชอบใช้
ถ้าเข้าร้านหนังสือแล้วพบเล่มที่ชอบ ผมเชื่อว่ามีทางออกเสมอ
เพราะตัวอักษร จังหวะ แนวทางการเขียนที่ถูกจริตผู้อ่าน
แม้ไม่ให้สาระอะไรมาก แค่พอกล่อมให้เพลิดเพลิน
จิตใจน่าจะได้พักผ่อนและมีแรงสู้ชีวิตในแนวทางของตนเอง
เดินบนทางของตน สองเท้าและหัวใจตรงกัน ไม่มีวันเหนื่อย

หลังจากปฏิเสธ เจ้าของสายเริ่มปลดปล่อยสิ่งหนักอกหนักใจ
ซึ่งผมคิดว่าหลังจากคุยกันแล้วก็จะยังแบกสิ่งหนักๆนั้นไว้
โดยสรุป เธอพยายามจะทำให้สองเท้าและหัวใจเดินไปด้วยกัน

เรียนจบสาขาหนึ่งแล้วไปทำงานในส่วนที่ไม่ได้ใช้วิชาความรู้ที่เสียเวลาเรียนมา
เป็นเรื่องที่สิ้นคิดหรือเปล่า ?

สิ้นคิด เป็นภาษาทำร้ายจิตใจในกลุ่มที่แรง เช่นเดียวกับ ไร้หัวคิด โง่ งี่เง่า
ยิ่งถ้าปรุงด้วยอารมณ์และหน้าตาเหมือนตัวร้ายในละครจะมีประสิทธิภาพอย่างสูง
คำนี้ อย่างเบาก็มาจากคนใกล้ชิดแบบที่พอจะรู้จักกันบ้าง
อย่างหนักมักมากจากคนที่พร่ำบอกเสมอว่ารักเราเหลือเกิน

ความฝันเป็นสิ่งที่ไม่ต้องแบกเพราะเบาพอจะหอบติดหัวใจไหนมาได้ตลอดเวลา
พบความฝัน ทราบสิ่งที่ชอบ จะไปใช้ชีวิตกับความฝัน เป็นเรื่องสิ้นคิดหรือไม่
ผมว่า เราน่าจะค่อยๆคุยกัน

จำไว้สักอย่าง ว่าความฝันก็เป็นความคิดอย่างหนึ่ง ดังนั้น ไม่มีใครสิ้นคิดหรอก
มีแต่ คิดดี กับ คิดชั่ว เท่านั้นเอง
ฝันจะทำงานอิสระ ฝันจะไปเที่ยวเมืองนอก ฝันจะได้แต่งงาน
ย่อมน่าปลาบปลื้มกว่า ฝันจะเป็นฆาตกรร้อยศพ ฝันจะข่มขืนหญิง
อย่างหลังนี้สิ ที่จัดว่าสิ้นคิดและควรโดนมากกว่าด่าเทสาดเทเสีย

อีกเรื่องหนึ่ง ..อย่าแสวงหาความเข้าใจจากใครต่อใคร นานครั้งจริงๆที่จะพบคนๆนั้น
โลกไม่โหดร้าย เพราะมีแต่คนที่หวังดีต่อเราอยู่เต็มไปหมด
ความฝันของเราเป็นของเราคนเดียว แต่ความหวังดีมาจากคนหลายคน
แม้ความหวังดีบางชิ้นจะเบาเท่านุ่น แต่พอรวมๆกันเป็นฟูกก็หนักเอาเรื่อง
ใช้ขว้างปากันก็เจ็บได้ โดนบ่อยๆอาจถึงขั้นเลือดออก

เจ้าของสายนิ่งฟังเงียบ ราวกับอยากได้สิ่งที่มองเห็นชัดกว่านี้
ไม่เอา โซคราติส เธอบอก  ผมเข้าใจแล้วครับ

ก่อนจะฝันต้องหลับตาเป็นกลไกง่ายๆ ฝันยามหลับมีพลังมากกว่าฝันกลางวัน
ทางจิตวิทยาก็อธิบายไว้ชัดเจน  เมื่อฝันแล้วต้องปิดหูปิดตาครับ
ตัดขาดจากสิ่งรอบข้างไปเลย หลับให้สนิทแล้วจะเห็นความฝันชัดเจน
พาตัวออกมาจากความหวังดีที่ส่งเสียงดังน่ารำคาญเหมือนนาฬิกาปลุกตอนเช้า
ทีเราพากันกดปิด เตะตกเตียง เอาหมอนทับ แล้วบอกตนเองว่าขอนอนต่ออีกห้านาที

เวลาฝันต้องรู้จักปล่อยวางความหวังดีและเก็บเกี่ยวกำลังใจ
มองหา ใครสักคนที่เราเล่าความฝันให้ฟังแล้วบอกว่า
” ดีสิ เอาเลย..”
” จะทำเมื่อไหร่ล่ะ จะไปช่วย “
” จะทำอะไรก็ทำเลย..”
แล้วก็อื่นๆที่ความหมายทำนองนี้ ที่อาจจะโดนใจและมีความหมายเหมือนๆกัน

ส่วนคนที่เพียงจะปริปากคุยก็บอกว่า
” ไม่เข้าท่า อย่าเลย “
แล้วก็อื่นๆที่ความหมายทำนองนี้ ที่อาจจะโดนใจและมีความหมายเหมือนๆกัน
ไม่ต้องถึงขั้นเลิกคบหรอก แค่พบแล้วพูดคุยกันให้น้อยลงเป็นพอ

ส่วนกรณี พ่อ แม่ พี่น้อง และญาติ ที่เป็นกรณีสาหัสของความฝันส่วนบุคคล
ผมขอให้พยายามทำตัวเป็นเด็กๆสองสามขวบครับ
สมัยที่เราอยากได้ของเล่นแล้วดื้อจะเอามาจนได้
หรือดื้อจนเขาไม่สนใจปล่อยเราไว้เฉยๆ
จะอย่างแรกหรืออย่างหลัง เราก็สามารถไปทำความฝันของเราได้ทั้งนั้น
แม้จะบอกว่าตัดขาด แต่โดยมากหลังจากเวลาผ่านไป
ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นมาเยอะ
ส่วนที่มีอะไรเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย คงต้องทำใจยอมรับ
ว่าจะใช้ชีวิตกับความฝันของตนเองหรือผู้อื่น

ปริญญาบางใบกว่าจะได้มาต้องกล้ำกลืนฝืนทนเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ
บางคนค้นพบตัวเองว่าอยากเรียนคณะอื่นก็ตอนที่เข้ารั้วมหาวิทยาลัย
แต่จำเป็นต้องทนเรียนจนจบไม่กล้าเปลี่ยนใจเพราะความหวังดีของคนรอบข้าง
จบออกมาคิดว่าพ้นแล้วจะไปทำสิ่งที่ชอบเสียทีก็ต้องแบกรับความหวังดีอีก

ผมกับเธอถอนหายใจแทบจะพร้อมๆกัน หลังจากนั้นเราคุยกันเรื่องอื่นๆ
หลังวางสายก็เหมือนทุกครั้ง ผมไม่ได้ติดตามว่าหลังจากนั้นเป็นอย่างไร

ดึกแล้ว..คงต้องเข้านอนเสียที หวังว่าคืนนี้คงจะฝันดี
แต่ถ้าฝันร้าย ก็หวังว่าคนใกล้ตัวคงปลุกให้ตื่นทันเวลา
นี่เป็นความหวังดีประการเดียวต่อความฝัน
ที่ควรเรียกหามาโอบกอดไว้ในหัวใจ